เจ้าของเป็นใคร ทำไม Dr.PONG ถึงโตเร็วขนาดนี้?
ช่วงหลังผมเดินเข้าห้าง ผ่านมา เจอ Dr.PONG
งงว่า …เค้าขายออนไลน์อยู่แล้ว จะเปิด shop ในห้างทำไม ก็คิดว่าเงียบๆ พอเข้าไปดู เห็นคนเข้ามาตลอด
เอ้า!!!คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
ถามพนักงาน พนักงานก็บอกคนเยอะ
เพราะอยากเข้าถึง ลูกค้าให้มากขึ้น มีตรวจผิวด้วย
.
.
เอาตรงๆตอนแรก…ผมสงสัย เจ้าของเป็นใคร เป็นหมอจริงไหม หรือแค่ตั้งชื่อแบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือ?
พอไปศึกษาถึงรู้ว่า…
เจ้าของแบรนด์คือ นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ หรือ
คุณหมอพงศ์ มีตัวตน จริง
.
.
ก่อนทำสกินแคร์ คุณหมอเคยทำธุรกิจด้าน Wellness มาก่อน ทั้งอุปกรณ์ดูแลสุขภาพภายใต้แบรนด์ SIAM COMFORT เช่น เสื้อดามหลัง ผ้ารัดเข่า และเข็มขัดพยุงหลัง
.
.
พร้อมกับเปิด คลินิกหมอพงศ์ (Dr.PONG Clinic) บนถนนจันทน์
ในคลินิก คุณหมอพัฒนาเวชสำอางสำหรับให้คนไข้ใช้ควบคู่กับการรักษา
เมื่อใช้แล้วเห็นผล ลูกค้าก็บอกต่อกันเอง จนคลินิกมีคนแน่นอย่างต่อเนื่อง
.
.
วิกฤตโควิด กลายเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจ
หลายธุรกิจได้รับผลกระทบหนัก
แต่สำหรับ Dr.PONG กลับเจอ
Winner Product
นั่นคือ…
หน้ากากอนามัยลดสิว
ช่วงที่ทุกคนต้องใส่หน้ากากทุกวัน ปัญหาสิวจากแมสก์
Dr.PONG จึงออกหน้ากากที่ช่วยลดการเกิดสิว
ผลคือ…
ขายได้เป็น ล้านชิ้น
และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจจากคลินิก สู่แบรนด์ออนไลน์เต็มตัว
.
.
.
การเติบโตของบริษัทแทบจะเรียกว่าก้าวกระโดด
• ปี 2564 รายได้ 142 ล้านบาท กำไร 16 ล้านบาท
• ปี 2565 รายได้ 854 ล้านบาท กำไร 131 ล้านบาท
• ปี 2566 รายได้ 2,017 ล้านบาท กำไร 476 ล้านบาท
• ปี 2567 รายได้ 2,463 ล้านบาท กำไร 180 ล้านบาท
• ปี 2568 รายได้ 3,166 ล้านบาท กำไร 308 ล้านบาท
เพียง 5 ปี รายได้ทะลุ 3,000 ล้านบาท
ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ไทยที่เติบโตเร็วมาก
.
.
.
สิ่งที่ผมสงสัยคือ…
ทำไมออกสินค้าใหม่แล้วขายดีแทบทุกตัว?
หลายแบรนด์มีสินค้าเยอะ
แต่ไม่ได้แปลว่าจะมี Hero Product เยอะ
ในขณะที่ Dr.PONG
ปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า 200 SKU
และหลายตัวกลายเป็นสินค้าขายดี
รีวิวเฉลี่ย 4.9 ดาว แทบทุกตัว
คำถามคือ…
เขาทำได้อย่างไร?
.
.
.
คำตอบคือ ใช้ผลทาง วิทยาศาสตร์
จุดแข็งของแบรนด์นี้ ไม่ใช่การตลาดเพียงอย่างเดียว
แต่คือการลงทุนกับ
งานวิจัย
เทคโนโลยีการนำส่งสารสู่ผิว
และการพัฒนาสูตรอย่างจริงจัง
.
.
แนวคิดของคุณหมอคือ
สินค้าต้องเห็นผลได้จริง และพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
พร้อมกับทำราคา ให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้
เมื่อสินค้าดี ลูกค้าจะรีวิวเอง บอกต่อเอง
และสุดท้ายก็เกิดการซื้อซ้ำ
.
.
อย่างล่าสุด…
เซรั่ม ActiveIN ของ Dr.PONG ขายไปแล้วมากกว่า 1 ล้านขวด
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ยอดขาย
แต่คือเทคโนโลยีที่อยู่ข้างใน
ActiveIN™ ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยให้สารสำคัญ
ซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ลึกขึ้น มีเสถียรภาพมากกว่าสูตรทั่วไป
.
.
ผลการทดสอบระบุว่า
สามารถช่วยเพิ่มการซึมผ่านของสารสำคัญได้สูงถึง 11.5 เท่า
ทำให้ประสิทธิภาพของเซรั่มดีขึ้นอย่างชัดเจน
.
.
.
กลยุทธ์ที่สำคัญ หลายคนอาจคิดว่า
Dr.PONG โตเพราะทำโฆษณาเยอะ
แต่ถ้าดูให้ลึก สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง คือ
1. ลงทุนกับงานวิจัยและนวัตกรรมจริง
2. สินค้าเห็นผลจนเกิดการบอกต่อ
3. ตั้งราคาให้คนทั่วไปเข้าถึงได้
4. มี Hero Product หลายตัว ไม่ได้พึ่งสินค้าตัวเดียว
5. ขยายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน
6. ไม่หยุดพัฒนาสูตรใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค
.
.
สุดท้าย…
การตลาดอาจทำให้คน ซื้อครั้งแรก
แต่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจโตถึง 3,000 ล้านบาท
คือการทำให้ลูกค้า กลับมาซื้อซ้ำ
.
.
ถ้าสินค้าไม่ดีจริง
รีวิวคงไม่สูงเกือบทุกตัว
และยอดขายก็คงไม่เติบโตต่อเนื่องจนมาถึงระดับนี้
กัดไม่ปล่อย เท่านั้น ถึงจะสำเร็จ
อาจารย์เชียง กัดไม่ปล่อย
#อาจารย์เชียงกัดไม่ปล่อย
#กัดไม่ปล่อย

